| EUR D11 แกรนด์อิตาลี 9 วัน พิเศษสุดพักบนเกาะคาปรี รหัสสินค้า: 000104 ราคา 99,900.00 บาท รายละเอียด: EUR_1134 05 13 กันยายน 2551 99,900
EUR_1135 12 20 กันยายน 2551 99,900
EUR_1136 19 - 27 กันยายน 2551 99,900
EUR_1137 26 กันยายน 04 ตุลาคม 2551 99,900
EUR_1138 03 - 11 ตุลาคม 2551 99,900
EUR_1139 10 18 ตุลาคม 2551 99,900
EUR_1140 17 25 ตุลาคม 2551 99,900
EUR_1141 22 - 30 ตุลาคม 2551 99,900
EUR D11 แกรนด์อิตาลี 9 วัน
มนต์เสน่ห์แห่งศิลปะ มิลาน - เวอโรน่า - เวนิส - ฟลอเร้นซ์ - ปิซ่า กรุงโรม นครวาติกัน
จากเหนือจรดใต้ ซอเรนโต้ - ปอมเปอี - คาปรี บลูกร็อตโต้ พิเศษสุดพักบนเกาะคาปรี
วันแรกฯ กรุงเทพฯ - มิลาน
2230 น. พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน
วันที่สองฯ มิลาน - ดูโอโม่ - เวอโรน่า - เวนิสเมสเตร้
0020 น. ออกเดินทางสู่ มิลาน ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่ TG 940
0620 น. ถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว รถโค้ชรอรับท่านออกเดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์คือดูโอโม(Duomo) มหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรป สร้างในปี 1386 ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วผ่านชมแกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล อาคารกระจกที่เก่าแก่และมีความสวยงาม โรงละครโอเปร่า ลาสกาล่า ชมรูปปั้นของ ลีโอนาโด ดาวินชี จิตรกรเอกที่วาดภาพ เดอะลาสซัปเปอร์ ไว้ในมหาวิหารซานตามาเรีย เดลลา กราซี รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย เดินทางสู่เมืองเวอโรน่า เมืองต้นกำเนิดของนิยายรักอมตะโรมิโอและจูเลียต ที่เล่าขานกันมากว่า 700ปี โดยท่านเชคเปียร์ นำชมบ้านเลขที่ 23 ของจูเลียต คาปูเลต์ กับภาพของระเบียงแห่งเรื่องราวโรแมนติกที่จูเลียตเฝ้ารอคอยพบโรมิโอทุกค่ำคืน ผ่านชม Arena หรือ Amphitheatre โรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก จากนั้นเดินทางสู่เมืองเวนิส เมสเตร้ ฝั่งแผ่นดินใหญ่ในแคว้นเวเนโต้ เมืองที่มีเอกลักษณ์พิเศษสุดเมืองหนึ่งของโลก เปรียบเสมือนประตูสู่ตะวันออกของยุโรปในอดีต รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
วันที่สามฯ เที่ยวเกาะเวนิสอันแสนโรแมนติก - ฟลอเร้นซ์ เมืองต้นกำเนิดแห่งเรอเนสซองส์
0800 น. อาหารเช้าที่โรงแรม รถโค้ชนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือล่องสู่ เกาะเวนิส (เมืองที่ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน) ชมเกาะเวนิสที่มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง เข้าสู่จตุรัสซานมาร์โค ศูนย์
กลางของเกาะเวนิส ผ่านชม Doge Palace อันเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตและมีความรุ่งเรืองเมื่อครั้งทำการค้ากับตะวันออกไกล แล้วไปชมความสวยงามของจตุรัสเซนต์มาร์ค ที่กว้างขวางรายล้อมไปด้วยศิลปะ และสถาปัตยกรรมแบบไบเซนไท เข้าชมการเป่าแก้วมูราโน่ที่มีชื่อเสียง ทั้งยังเป็นเครื่องแก้วชั้นดีที่ขายให้กับนักท่องเที่ยวเก็บไว้ชื่นชม หรือเป็นเครื่องประดับบ้าน อิสระให้ท่านได้เดินช้อปปิ้ง หรือจิบกาแฟ ท่าม
กลางอากาศอันแสนจะโรแมนติก รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่ายนำท่านสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกที่เป็นมนต์เสน่ห์แห่งเวนิส โดยการล่องเรือกอนโดล่า เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส สู่แกรนด์คาแนล คลองที่กว้างที่สุดของเกาะ และงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่สะพานเรียลอัลโต้ (ศิลปินเอกไมเคิลแองเจโล) (ใช้เวลา 30 นาที) สมควรแก่เวลาเดินทางกลับสู่ท่าเรือรถโค้ชรับเดินทางสู่เมือง ฟลอเร้นซ์ ในแคว้นทัสคานี ระหว่างเส้นทางผ่านเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งในอดีตเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวอีทรัลกัน ก่อนที่ชาวโรมันจะเข้าปกครองดินแดนแห่งนี้ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
วันที่สี่ฯ ฟลอเร้นซ์ - จัตุรัสซินญอเรีย - มหาวิหารดูโอโม่ - หอเอนปิซ่า -กรุงโรม - ทิโวลี
0800 น. อาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเข้าสู่ย่านเมืองเก่าของนครฟลอเร้นซ์ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรเนซองส์ และเป็นเมืองที่ไม่อนุญาตให้รถโค้ชเข้าไปในเขตเมือง (เขตเมืองเก่าปลอดการจราจร) รถจอดส่งคณะแล้วเริ่มเดินเที่ยวชมเมือง โดยเริ่มต้นจากด้านหน้าของ แกลลอเรีย อะคาเดมี (ปิดวันจันทร์) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมภาพวาดระดับเยี่ยมของศิลปินชาวอิตาเลียน และยังเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดตัวจริงอีกด้วยในปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แล้วเข้าสู่จัตุรัสของดูโอโม่ หรือ มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิออเร ที่โดดเด่นด้วยยอดโดมที่กล่าวกันว่าใหญ่ที่สุดในโลก หอระฆังกัมปานีเล และวิหารประกอบพิธีรับศีลจุ่มที่มีประตูแห่ง
สวงสวรรค์ หรือ PARADISE DOOR ถัดไปเป็นจตุรัสซินญอเรีย ที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง และเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดของแท้มานานกว่า 3 ศตวรรษจึงได้มีการย้ายไป ใกล้กันเป็น พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ ที่เก็บงานศิลปะล้ำค่าในยุคกลางใกล้กันเป็นสะพานเวคคิโอ สะพานเก่าแก่แห่งแรกที่ข้ามแม่น้ำอาร์โน จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้ซื้อหาสินค้าประเภทเครื่องหนัง,กระเป๋าถือ,แลสินค้าแฟชั่นชั้นนำของอิตาลี รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่ายออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า ที่ตั้งของหอเอนปีซ่า ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1174 ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่ชาวโลกรู้จักกันดีจากการทดลองเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงโดยนักวิทยาศาสตร์เอก กาลิเลโอ ใกล้ ๆ กันมีหอสวดมนต์ที่สร้างในสไตล์โรมันเนสก์ อันเป็นงานศิลปะที่งดงามในยุคนั้น อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็น ที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่กรุงโรม-ทิโวลี อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
วันที่ห้าฯ ทิโวลี - นาโปลี - เกาะคาปรี (พักบนเกาะ) - ถ้ำบลูกร็อตโต้
0800 น. อาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางสู่ตอนใต้ของประเทศ ในคาบสมุทรอิตาลี เข้าสู่เมืองนาโปลี หรือ เมืองเนเปิ้ล เมืองใหญ่และเมืองท่าเรือที่สำคัญทางตอนใต้ อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอเรเนียนที่สำคัญอีกด้วย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย เดินทางสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือสู่เกาะคาปรี เกาะเล็ก ๆ ที่มีธรรมชาติที่สวยงาม เป็นสถานที่ตากอากาศของบุคคลสำคัญ ๆ มาช้านานซึ่งรายได้หลักของเกาะนี้มาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนลงเรือเล็กไปชมถ้ำบลูกร็อตโต้ ที่มีความงดงามอย่างมาก และมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ถ้ำน้ำลอดที่มีการกระทบของแสงกับน้ำทะเลสีครามทำให้ภายในบริเวณถ้ำประกายไปด้วยแสงสีน้ำเงิน จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว (ทั้งนี้การเข้าชมภายในถ้ำขึ้นอยู่กับสภาพน้ำขึ้น-ลงในแต่ละวัน) หลังจากเที่ยวชมถ้ำบลูกร็อตโต้แล้วนำคณะเดินทางกลับสู่ท่าเรือ เพื่อขึ้นรถราง (Furnicular) สู่ชุมชนคาปรี ชื่นช |